15 ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองแห่งขุนเขา ตำนาน และทุเรียนรสเด็ด! - good all trip

เวลาทำการ

วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. วันเสาร์ 09.00 - 12.00 น.

Hotline

097-135-5030

099-734-0920

15 ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองแห่งขุนเขา ตำนาน และทุเรียนรสเด็ด!

มีนาคม 23, 2021 | by good all trip

อุตรดิตถ์ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า เมืองลับแล ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีที่เที่ยวน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติ หรือที่เที่ยวแนวประวัติศาสตร์ ใครที่หาที่เที่ยวสงบ ๆ อากาศดี ๆ มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง!

ก่อนเข้าไปยังตัวเมืองลับแล เราต้องลอดผ่านซุ้มประตูเมือง ที่ด้านข้างมีอนุสาวรีย์แม่ม่ายเมืองลับแล เป็นรูปปั้นหญิงสาวอุ้มลูกน้อย ข้าง ๆ มีสามีนั่งคอตก ในมือถือย่ามใส่ขมิ้น บริเวณฐานจารึกข้อความ “ขอเพียงสัจจะวาจา” ลัญลักษณ์สำคัญของเมืองลับแล เมืองที่มักถูกเรียกกันติดปากว่า ลับแล-แม่ม่าย ซุ้มประตูเมืองลับแล เป็นซุ้มประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลับแล ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะประยุกต์แบบสุโขทัยมีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 41 เมตร

สถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติของเมือง วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองลับแล โดยจำลองผ่านเรือนในแต่ละหลัง เมืองลับแลนั้นเป็นอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่เดิมเป็นเมืองที่การเดินทางไปมาไม่สะดวก เส้นทางคดเคี้ยว ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย จนได้ชื่อว่าเมืองลับแล ซึ่งแปลว่า มองไม่เห็น มีเรื่องเล่ากันว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึงเมืองลับแล แต่ปัจจุบันมีถนนตัดผ่านทำให้สภาพป่าหมดไป ความลึกลับของเมืองจึงหายไป

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยตอนปลาย คือ สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่1 (พระยาลิไทย) ชาวบ้านทั่วไปเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดบรมธาตุ แต่ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า วัดทุ่งยั้ง กรมศิลปกรได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้วัดนี้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และเขียนชื่อวัดนี้ว่า วัดมหาธาตุ เป็นชื่อทางการ การสร้างพระบรมธาตุ กล่าวว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาที่1(พระยาลิไทย) ผู้ปกครองได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดินโดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้ก่อพระธาตุไว้ โดยลักษณะเดิมของพระบรมธาตุเมืองทุ่งยั้งคงเป็นรูปเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมโดยพญาตะก่า พ่อค้าไม้ ชาวพม่าในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2444 เป็นลักษณะเจดีย์พม่า จนใน พ.ศ.2451 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ยอดพระบรมธาตุเจดีย์หักพังลงมา หลวงพ่อแก้วสมภารวัดพระบรมธาตุในขณะนั้นได้เป็นหัวหน้าปฏิสังขรณ์ซ่อมเพิ่มเติม ภายในวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง วิหารหลวงขนาดใหญ่ หน้าพระบรมธาตุเจดีย์ทุ่งยั้ง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ว่า วิหารหลวงเป็นของเก่า ที่หน้าบรรณจำหลักเมือง รามเกียรติ์ แต่สึกกร่อนไปมากแล้วเห็นจะบูรณปฏิสังขรณ์ฝาผนังภายในวิหารหลวง เขียนเรื่องสังข์ทอง เป็นฝีมือช่างกรุงยังปรากฏอยู่ เหตุที่เขียนเรื่องสังข์ทอง เพราะมีคำปรัมปราเมืองเหนือกล่าวกันว่าเมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามล ในเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเขียนในสมัยแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ พ.ศ. 2283 ในสมัยอยุธยา

ตั้งอยู่ที่บ้านฝายหลวง อำเภอลับแล ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ 9 กิโลเมตร ได้ชื่อมาจากการสร้างวิหาร ด้วยไม้สักเพียงต้นเดียวที่ขึ้นอยู่บนเนินสูงตามธรรมชาติ มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ บานประตูวิหารวัดดอนสัก หรือ บานประตูวัดดอนสัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตัวเสาประตูเป็นลายกนกใบเทศสลับลายกนกก้ามปู บานประตูเป็นไม้แกะสลักทั้งบาน รูปลายกนกก้านขด มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายกนกต่าง ๆ มีความอ่อนช้อยสวยงาม โดยบานซ้ายและขวานั้นไม่เหมือนกัน แต่เมื่อปิดบานแล้วลวดลายมีความลงตัวเข้ากันได้สนิท เป็นคู่บานประตูไม้จำหลักโบราณสมัยอยุธยาที่มีความสวยงามคู่หนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นบานประตูพุทธศาสนสถานที่มีความสวยงามมากที่สุด 1 ใน 3 คู่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ บานประตูวิหารวัดพระฝาง, บานประตูพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ และบานประตูวิหารวัดดอนสัก โดยประตูวัดดอนสักนี้เป็น 1 ใน 2 คู่ บานประตูสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

น้ำตกแม่พูล ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตรเป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนให้น้ำไหลลดหลั่นจากบนเขาสูงลงมา ดูคล้ายน้ำตกธรรมชาติ สูงหลายชั้น สภาพโดยรอบนั้นมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อนและร้านอาหาารที่สามารถนั่งมองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกแม่พูลได้อย่างชัดเจน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับตัวเมืองอุตรดิตถ์ที่มีถนนเข้าถึงสะดวกสบายบริเวณน้ำตกมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและที่จอดรถไว้บริการ

เขื่อนสิริกิติ์ หรือที่เรียกกันในชื่อท้องถิ่นว่า เขื่อนท่าปลา จัดเป็นเขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งกั้นแม่น้ำน่านที่ไหลลงมาจากอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เดิมอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายหลังได้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบดูแลต่อไป พื้นที่เหนือเขื่อนเป็นแอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในพื้นที่ของเขื่อนกว้างขวางและมีจุดท่องเที่ยวมากมายให้ได้พักผ่อนเพลิดเพลินกับบรรยากาศธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนสุมาลัย สะพานเฉลิมพระเกียรติ บรมราชินีนาถ และวังมัจฉา เป็นต้น

อุทยานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 2จังหวัด คือ ในอำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลา อำเภอบ้านโคกจ.อุตรดิตถ์ และอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ สภาพพื้นที่ยังประกอบไปด้วยป่านานาชนิดที่มีความสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ จุดสูงที่สุดของอุทยานฯ คือ ยอดเขาภูพญาพ่อ สูงถึง 1,350 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใช้เป็นจุดแบ่งเขตจังหวัดแพร่กับจังหวัดอุตรดิตถ์ ในส่วนพื้นที่ของอุทยานฯในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ จุดชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา ที่มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำที่รายล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนเหมือนภาพวาด แถมในยามเย็นยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงามมาก

เป็นอุทยานแห่งผืนป่าเบญจพรรณที่มีเนื้อที่ 22,000 ไร่ ไฮไลท์ คือ ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุประมาณ 1,000 ปี ซึ่งค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 สักใหญ่ต้นนี้ ลำต้นโต ขนาด 8 คนโอบ วัดโดยรอบได้ 948เซนติเมตร และความสูง 38.5 เมตร เนื่องจากส่วนยอดถูกลมพายุพัดหักแต่ลำต้นทั่วไปยังคงอยู่ในสภาพที่ดี

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคกอำเภอบ้านโคกตำบลห้วยมุ่นอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์ตำบลบ่อภาคอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูง จากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย จุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว คือ การได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า”ดอกหงอนนาค” และดอกไม้หลากสีสันสลับให้เห็นอยู่ทั่วลานสน ซึ่งจะบานในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน ส.ค. – ก.ย ของทุกปี

ไร่องุ่นคานาอัน เป็นไร่องุ่นที่บรรยากาศดีบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย ไฮไลท์ คือ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นั่นคือ อาคารคานาอัน อาคารสไตล์ทัศคานีของอิตาลี สีสันสดใส สวยงามและโดดเด่น ภายในอาคารจะมีมุมน่ารักให้ถ่ายรูปหลายมุม มีบันไดวนขึ้นไปดาดฟ้าเพื่อที่จะขึ้นไปชมบรรยากาศและทัศนียภาพโดยรอบพื้นที่ได้ ภายในอาคารมีร้านอาหารที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่มเป็นอาหารสไตล์อิตาลี เช่น สเต็ก สปาเก็ตตี้ และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้ คือ เมี่ยงใบองุ่น ที่นำใบองุ่นมาใช้ทานกับเครื่องเคียงของเมี่ยง ซึ่งทำให้ได้รู้ว่าใบองุ่นทานได้และอร่อยมากเมื่อมาทานเป็นเมี่ยง ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้ง ทั้งชา โกโก้ กาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา น้ำผลไม้ รวมทั้งเบเกอรี่ของหวานให้ทานอีกด้วย

บ่อเหล็กน้ำพี้ ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำพี้ หมู่ 1 ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 56 กิโลเมตร เป็นแหล่งสินแร่เหล็กตามธรรมชาติโดยเป็นบ่อเหล็กกล้ามีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ และปรากฏเตาถลุงเหล็กโบราณนับพัน แห่งในพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร แต่บ่อที่สำคัญและสงวนใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ มีอยู่ 2 บ่อ คือ บ่อพระแสง และ บ่อพระขรรค์ มีการนำแร่เหล็กจากบ่อเหล็กน้ำพี้ไปถลุงทำอาวุธเพื่อใช้ในการศึกสงครามมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถึงความสำคัญของเหล็กน้ำพี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเชื่อมาแต่โบราณว่าเหล็กจากแหล่งแร่เหล็กน้ำพี้มีความแข็งแกร่ง ความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ในตัว ในปัจจุบันชาวบ้านน้ำพี้มีการขุดแร่เหล็กน้ำพี้มาทำวัตถุมงคล เป็นส่วนผสมในการทำดาบ พระเครื่อง พระบูชาและเครื่องรางของขลังต่างๆ และเครื่องใช้เพื่อใช้ประกอบอาชีพจำหน่อยให้กับนักท่องเที่ยวและคนทั่วไปที่สนใจ

ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติและเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัยครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ท่านได้สร้างเกียรติประวัติไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2316 พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัย ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป ชาวไทยยกย่องวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษผู้รักชาติและมุ่งมั่นทำหน้าที่ปกป้องมาตุภูมิที่ตนหวงแหน ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญของท่าน โดยเหตุการณ์ครั้งสำคัญนั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2316 เมื่อพม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย และพระยาพิชัย ผู้ครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรีขณะนั้น ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้น ดาบคู่มือของพระยาพิชัยข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังสามารถรบจนได้ชัยชนะเหนือทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าวท่านจึงได้สมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก” อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก อันเป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 557.8 กิโลกรัม ฝักดาบทำด้วยไม้ประดู่ ฝังลวดลายมุกหุ้มปลอกเงินสลักลาย และพิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก ที่ภายในเก็บรวบรวมประวัติของพระยาพิชัยดาบหัก แบบจำลองสนามรบ วิถีชีวิตผู้คนเมืองอุตรดิตถ์ในสมัย อยุธยาตอนปลาย ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ

ตั้งอยู่ที่บนเนินเขาเต่า บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ประดิษฐาน พระแท่นศิลาอาสน์ ปูชนียวัตถุสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีความเชื่อว่าการได้มาสักการะบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ จะได้รับอานิสงส์สูงสุด และเช่นเดียวกับพระพุทธบาทสระบุรี พุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธา

ร้านอาหารในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ตกแต่งสไตล์ชาวล้านนาตามแบบฉบับของเมืองลับแล ท่ามกลางสวนร่มรื่น ภายในร้านตกแต่งเรียบหรู สะดวกสบาย มีมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนหลายมุม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในคุ้มของเจ้านางทางเหนือ ภายในร้านมีทั้ง zone ร้านกาแฟและร้านอาหาร รวมทั้งเป็นร้านจำหน่ายของฝากและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ผลไม้ตามฤดูกาล พื้นที่ของร้านแบ่งเป็น 3 โซน คือ บ้านของฝากลับแล ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า ร้านกาแฟลาลีกาซึ่งอยู่ริมถนน และร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุด

ตลาดเทศบาลศรีพนมมาศตั้งชื่อตามพระศรีพนมมาศ ตลาดแห่งนี้นอกจากจำหน่ายของสดแล้ว ยังมีของใช้ ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้าของกระจุกกระจิก และของกิน นอกจากนี้ตลาดแห่งนี้ยังมีมุมสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยว และเก็บภาพกันได้อีกด้วย