10 จุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าในญี่ปุ่น - good all trip

เวลาทำการ

วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. วันเสาร์ 09.00 - 12.00 น.

Hotline

097-135-5030

099-734-0920

10 จุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าในญี่ปุ่น

มกราคม 15, 2021 | by good all trip

ประเทศญี่ปุ่นมีจุดให้นักท่องเที่ยวขึ้นกระเช้าลอยฟ้า สำหรับคนชอบวิวสวย ๆ ที่มองจากมุมสูง ๆ ไม่ควรพลาด! หลังโควิดนี้ต้องไป เช็คอิน ให้ได้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีกระเช้าลอยฟ้าหลายแห่ง แต่ละแห่งก็ล้วนมี วิว ทิวทัศน์ ที่สวยแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ ป่าไม้ เทือกเขา รวมถึงทิวทัศน์สุดอลังการของเมืองต่าง ๆ ที่สามารถให้ชมกันอย่างใกล้ชิด!

ตั้งอยู่ที่เมืองนิกโก (Nikko) ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เพื่อชมธรรมชาติ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ เพราะเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีความอุดมสมบูรณ์มากทั้งป่า ทะเลสาบ น้ำตก และลำธาร ซึ่งกระเช้าลอยฟ้าอะเคจิไดระ (Akechidaira Ropeway) เป็นจุดชมวิวที่ถือว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของนิกโกค่ะ โดยสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามทั้ง ทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji), น้ำตกเคกอน (Kegon Falls) และภูเขานันไต (Mount Nantai) การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นประมาณ 3 นาที แต่ถือว่าเป็น 3 นาทีที่คุ้มค่ามุด ๆ หลังจากนั้นก็จะมาถึงจุดชมวิวที่เป็นลานกว้าง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบ ๆ ถึง 360 องศา สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั้งหมด และนักท่องเที่ยวมักจะนิยมมาเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

อีกสิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองฮาโกเน่ (Hakone) ในจังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหุบเขานรกซึ่งมีภูเขาไฟที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา เป็นแหล่งกำเนิดย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบ็ตสึที่ขึ้นชื่อว่าเป็นออนเซ็นน้ำแร่กำมะถัน ถ้าขึ้นกระเช้าลอยฟ้าฮาโกเน่จะสามารถเห็นวิวของหุบเขานรกได้ 360 องศาเลย กระเช้าลอยฟ้ามีสองเส้นทางคือ Sounzan – Owakudani และ Owakudani – Togendai แต่ละเส้นทางใช้เวลาประมาณ 8 นาที และ 16 นาทีตามลำดับ สามารถจุคนได้ประมาณ 18 คน ซึ่งกระเช้าทั้งสองจะผ่านป่าอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่และหุบเขานรก จากนั้นจะมาลงที่จุดเปลี่ยนรถกระเช้าตรงสถานี Owakudani หรือสถานีบ่อน้ำแร่กำมะถัน ที่มีจุดขายของและจุดชิมไข่ดำที่เกิดจากการต้มในบ่อน้ำแร่กำมะถัน

กระเช้าลอยฟ้าคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Mt. Fuji Panorama Ropeway) เดิมมีชื่อว่า กระเช้าลอยฟ้าคาจิคาจิ (Mt. Kachi Kachi Ropeway) เป็นกระเช้าสำหรับขึ้นภูเขาเทนโจ (Mount Tenjo) ใกล้กับทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ระหว่างขึ้นกระเช้าจะเห็นทะเลสาบอันสวยงาม ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีก็จะถึงจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,075 เมตร สามารถชมวิวได้ 360 องศา และเห็นภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย บนจุดชมวิวมีร้านน้ำชา Tanuki Chaya และของกินเล่นอย่างไก่ทอดคาราอาเกะ โคร็อกเกะ รวมถึง Tanuki Dango และโซนขายของที่ระลึก สังเกตไหมคะว่าของกินแต่ละอย่างจะมีคำว่าทานุกิอยู่ในชื่อ เพราะที่นี่มีตำนานพื้นบ้านชื่อเรื่อง Kachi Kachi Yama ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับทานุกิที่แกล้งตายายจนโดนกระต่ายลงโทษ ทำให้บริเวณโดยรอบมีการประดับประดาด้วยตุ๊กตาทานุกิและตุ๊กตากระต่าย รวมถึงมีศาลเจ้ากระต่ายให้ได้ถ่ายภาพ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ต้องมาให้ได้

สำหรับที่นีมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงที่ภูมิประเทศแบนเรียบ ตอนกลางคืนสามารถมองเห็นแสงไฟจากเมืองและแนวเส้นโค้งระหว่างช่องแคบสึงารุ (Tsugaru Strait) และท่าเรือฮาโกดาเตะ (Port of Hakodate) ถ้าขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปชมวิวแนะนำให้ขึ้นช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินค่ะ จะได้เห็นทั้งวิวที่สวยงามช่วงพระอาทิตย์ตก และช่วงกลางคืน ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) มีความสูง 334 เมตร บนยอดเขามีหอชมวิว 3 ชั้น สามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate Ropeway) ไปถึงได้ภายในเวลาประมาณ 3 นาที โดยกระเช้าจะรับคนได้ 125 คน และออกทุก 5-10 นาที บนกระเช้าลอยฟ้านี้ไม่มีที่นั่งนะคะ ดังนั้นสามารถจับจองที่ยืนริมหน้าต่างด้านหลังเพื่อชมวิวของเมืองได้อย่างจุใจ และบนหอชมวิวมีร้านขายของฝากให้เลือกซื้อ และร้านอาหารที่สามารถรับประทานไปพร้อมชมวิวไปได้อีกด้วย

ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร (Sapporo) ในจังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) มีความสูงถึง 531 เมตร ที่จุดชมวิวบนยอดเขาสามารถมองเห็นเมืองได้ทั้งเมือง นับเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่นทีเดียวค่ะ โดยสามารถชมวิวระหว่างขึ้นไปบนยอดเขาด้วยกระเช้าลอยฟ้าโมอิวะ (Mount Moiwa Ropeway) ที่จะขึ้นไปที่ระดับความสูงถึง 3 ใน 4 ของภูเขาโมอิวะ จากนั้นจึงเปลี่ยนไปขึ้น มอร์ริสคาร์ (Morris Car) เพื่อขึ้นไปยังยอดเขา ยอดเขาโมอิวะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้านความรัก เพราะมีทั้งระฆังแห่งโชคลาภ และกุญแจแห่งความรักที่คู่รักจะขึ้นมาสั่นระฆัง และเขียนชื่อคู่รักบนกุญแจและล็อกเอาไว้ที่นี่ ตามความเชื่อว่าจะไม่เลิกกันค่ะ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร The Jewel ที่กำแพงกรุด้วยกระจกอีกด้วย

ที่นี่คือ เมืองนางาซากิ (Nagasaki) เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมแบบผสานวัฒนธรรมระหว่างจีนและยุโรป และยังขึ้นชื่อเรื่องจุดชมวิวที่ภูเขาอินาสะ (Mount Inasa) ที่สูงถึง 333 เมตร และเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น สามารถขึ้นไปโดยกระเช้าลอยฟ้านางาซากิ (Nagasaki Ropeway) ที่เป็นกระจกใสมองเห็นได้รอบถึง 360 องศา จากจุดชมวิวเราจะเห็นได้ว่าเมืองนางาซากิอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา และยังติดกับท่าเรือ ทำให้ดูเหมือนเป็นแก่ง เห็นได้ทั้งทัศนียภาพของเมืองที่ประดับประดาด้วยแสงไฟสวยงาม รวมไปถึงแม่น้ำป่าเขา ถ้าจะมาชมวิวช่วงกลางคืนแนะนำให้มาตั้งแต่ ช่วงเย็น เพราะจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกด้วย

ที่นี่คือ ยอดเขาโอคุโฮตาเกะดาเกะ (Oku-Hotakedake) ที่สูงเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น แนะนำให้มาขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shin-Hotaka Ropeway) ในจังหวัดกิฟุ (Gifu) ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม เพราะจะมีหิมะปกคลุมสวยงาม จนเทือกเขาบริเวณดังกล่าวถูกเรียกว่าเจแปนแอลป์ กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะสามารถแบ่งการเดินทางได้เป็น 2 ช่วง ช่วงแรกระยะทาง 200 เมตร จากสถานี Shinhotaka ไปหยุดที่สถานี Nabedaira Kogen ซึ่งมีทั้งออนเซ็น ห้องอาบน้ำสาธารณะ ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ซึ่งสถานีนี้รถยนต์ส่วนตัวเข้าถึงได้ และเมื่อขึ้นกระเช้าช่วงที่ 2 จะเดินทางไปต่ออีกประมาณ 800 เมตร ไต่ระดับความสูงถึงราวๆ 2,150 เมตร ก็จะถึงสถานี Nishiotakaguchi ที่เป็นจุดชมวิวแบบลานโล่งกว้าง มองเห็นได้รอบ 360 องศาทีเดียว ถ้ามาในช่วงฤดูอื่นจุดนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าอีกด้วย

ตั้งอยู่เมืองโกเบ (Kobe) ในจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องเนื้อวัวโกเบแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอย่าง สวนสมุนไพรนูโนะบิกิ (Nunobiki Herb Garden) บน ภูเขารอคโค (Mount Rokko) ที่เปิดให้เยี่ยมชมตลอดปี ทั้งกลางวันและกลางคืน และยังสวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยเพราะมีสมุนไพรที่มากมายถึง 75,000 สายพันธุ์ และดอกไม้กว่า 200 ชนิด แถมยังมีคาเฟ่น่ารัก ๆ ที่เสิร์ฟชาสมุนไพรและของหวาน
อร่อย ๆ อย่าง Mint Café อีกด้วย สามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ (Shin-Kobe Ropeway) จากสถานี Herb Gardens Bottom เพื่อไปยังสถานี Herb Gardens Top ขึ้นเขาไปเยี่ยมชมสวนสมุนไพรแห่งนี้ได้ ตัวกระเช้ามีขนาดไม่ใหญ่ มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง สามารถนั่งได้ 4-6 คน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการขึ้นเขา ระหว่างทางก็จะเห็นทิวทัศน์ของเมืองโกเบ และธรรมชาติอย่างต้นไม้เขียวขจี ทุ่งดอกไม้บนเนินเขาซึ่งสวยมาก ๆ

สำหรับใครที่ชมความงามของเจแปนแอลป์ในฤดูหนาวด้วยกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shin-Hotaka Ropeway) ไปแล้ว ก็ลองมาชมความงามของเจแปนแอลป์ช่วงที่ต้นไม้เขียวขจีในฤดูร้อน และเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงในฤดูใบไม้ร่วงกันบ้างดีกว่าค่ะ ด้วยกระเช้าลอยฟ้าทาเทยาม่า (Tateyama Ropeway) บนเทือกเขาทาเทยาม่า (Mount Tateyama) ที่จังหวัดโทยาม่า (Toyama) กระเช้าลอยฟ้าทาเทยาม่ามีระยะเดินทางราว 1,710 เมตร ใช้เวลาข้าม 7 นาที โดยกระเช้าจะเปิดให้บริการตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน ส่วนฤดูหนาวจะปิดให้บริการเพราะหิมะตกทับถมสูง ในช่วงฤดูร้อนจะได้เห็นความเขียวขจีของป่าสนดึกดำบรรพ์แซมสลับกับดอกไม้หลายสี และถ้าใครอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำให้มาช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม

ที่นี้คือ ภูเขาซาโอะ (Mount Zao) ในจังหวัดมิยะงิ (Miyagi) และ จังหวัดยามากาตะ (Yamagata) ของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทือกเขาแห่งปีศาจหิมะ (Snow Monster) เพราะในฤดูหนาวจะมีปรากฏการณ์ต้นไม้นับหมื่นต้นถูกปกคลุมด้วยหิมะ และมีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดคล้ายปีศาจ ซึ่งในกลางคืนจะมีการจัดแสงหลากสีให้ยิ่งดูสนุกค่ะ สามารถรับชมได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมีนาคม การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าซาโอะ (Zao Ropeway) เพื่อชมเจ้าปีศาจหิมะเหล่านี้เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งนะคะ โดยกระเช้าจะมีสองสาย คือสาย Sanroku Line ที่รับผู้โดยสารได้ 53 คน ใช้เวลา 7 นาที และสาย Sancho Line ที่รับได้ 18 คน ใช้เวลา 10 นาที ซึ่งนอกจากฤดูหนาวแล้ว ฤดูอื่นก็สามารถมาเยี่ยมชมได้ เช่นเดียวกัน